นำเข้าสินค้ากลุ่มก่อสร้างจากจีน
คุม Timeline โครงการ และต้นทุนทั้งล็อต
รองรับทั้งวัสดุก่อสร้างและเครื่องมือช่าง
วางแผนนำเข้าแบบ LCL และ FCL
บริหารรอบตู้ให้สัมพันธ์กับ Phase งานจริง
รองรับทั้งวัสดุก่อสร้างและเครื่องมือช่าง
วางแผนนำเข้าแบบ LCL และ FCL
บริหารรอบตู้ให้สัมพันธ์กับ Phase งานจริง
Building Materials
❌ ดีเลย์ 1 รอบ = งานทั้งไซต์สะดุด
❌ วางแผน FCL ไม่สัมพันธ์ปริมาณจริง
❌ ราคาผันผวนตามรอบผลิต
❌ สั่งหลายโรงงาน คุมเอกสารยาก
Hardware & Tools
❌ SKU จำนวนมาก คุมต้นทุนต่อหน่วยยาก
❌ รวมสินค้าหลาย Supplier เสี่ยงเอกสารผิด
❌ ของเสียหายจากการ Consolidate ไม่เป็นระบบ
❌ Lead Time ไม่สัมพันธ์รอบขาย
“ต้นทุนบานจากความไม่แม่นยำ
ไม่ใช่จากค่าขนส่งเพียงอย่างเดียว”
✅ แบ่งรอบตู้ตาม Timeline ก่อสร้าง
✅ คำนวณปริมาณต่อเฟสอย่างแม่นยำ
✅ วางแผนเรือ/รถล่วงหน้าเป็นระบบ
✅ จัดรถหัวลากส่งตรงไซต์ทั่วประเทศ
✅ ประสานงานกับ Site Engineer โดยตรง
✅ ลดขั้นตอนเก็บคลังกลาง ลดความเสี่ยง
✅ เฉลี่ยต้นทุนต่อหน่วยทั้งล็อต
✅ วิเคราะห์ค่าขนส่งรวมทั้งโครงการ
✅ ป้องกันต้นทุนแฝงจากดีเลย์
เมื่อวางแผนตั้งแต่ต้นทาง ก่อนเรือออก
ต้นทุนที่ประหยัดได้ไม่ได้มาจากการต่อรองราคา
ขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก การวางแผนที่แม่นยำ
ไม่รู้จะเริ่มหาจากไหน? ทีม JAWANDA ช่วยค้นหาโรงงานและตลาดค้าส่งในจีน พร้อมวางแผนนำเข้าให้ครบวงจร
เหมาะสำหรับ
องค์กรที่ต้องการเปลี่ยนแหล่งซื้อสินค้าเดิม
โครงการที่ยังไม่มีแหล่งซื้อในจีน
แบรนด์ที่ต้องการผลิตสินค้าภายใต้ชื่อตัวเอง
ตลาดค้าส่งและโรงงานผลิตหลักในจีน
ไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับโครงการ หรือเครื่องมือช่างหลาย SKU สำหรับธุรกิจค้าส่ง การวางแผนนำเข้าที่ดีช่วยลดต้นทุนและลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้นทาง
Consolidate สินค้าจาก 7 Supplier ในรอบเดียว
แยกตรวจเอกสารก่อนขึ้นเรือ
วางแผนการรวมสินค้าเพื่อลดความเสียหาย
คุมรอบนำเข้าให้สัมพันธ์กับ Demand
ทีม JAWANDA พร้อมประเมินรอบนำเข้า วางแผน Consolidate
และดูแลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ได้ค่ะ ทีม Project Import จะประเมินปริมาณสินค้า ระยะเวลาผลิต และรอบเรือ เพื่อจัดแผนนำเข้าแบบแบ่งงวด (เช่น 2–4 รอบ FCL) ให้สัมพันธ์กับแผนงานก่อสร้าง ลดปัญหาของมาถึงก่อนหรือช้ากว่ากำหนด
มีบริการค้นหาโรงงานและร้านค้าสำหรับวัสดุก่อสร้างและเครื่องมือช่าง พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือเบื้องต้น และประเมินต้นทุนรวมก่อนตัดสินใจสั่งผลิตหรือนำเข้า
ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้า ความเร่งด่วน และโครงสร้างต้นทุน หากเป็นโครงการหรือสต๊อกจำนวนมาก FCL มักช่วยควบคุมต้นทุนและความเสี่ยงได้ดีกว่า แต่ทีมจะช่วยประเมินให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง
มีการตรวจสอบเอกสารก่อนเรือออกทุกครั้ง รวมถึงประเมินพิกัดศุลกากรล่วงหน้า เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาติดด่านหรือค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด