FCL / LCL
จีน-ไทย ปี 2026
ค่าระวางเรือโปร่งใส

คำนวณต้นทุนได้ก่อนนำเข้า ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง

📦

FCL / LCL

เหมาะกับทุกขนาดสินค้า

🚢

ค่าระวางโปร่งใส

ประเมินราคาล่วงหน้า

🚚

ขนส่งเรือและรถ

รวดเร็ว ปลอดภัย ตรงเวลา

👮‍♂️📋

เคลียร์ศุลกากร

ถูกต้องตามกฎหมาย

📄✅

ขอใบนำเข้า

เอกสารครบถ้วน

🎧

ทีมงานมืออาชีพ

ดูแลทุกขั้นตอน

การนำเข้าสินค้าจากจีนทางเรือ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะสำหรับการขนส่งสินค้าปริมาณมากหรือสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกกว่าการขนส่งทางอากาศ อย่างไรก็ตาม หนึ่งในต้นทุนสำคัญที่ผู้นำเข้าต้องคำนึงถึงคือ “ค่าระวางเรือ” (Freight Rate) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางเรือจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง  ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ค่าระวางเรือ ปัจจัยที่มีผลต่อค่าระวาง วิธีการคำนวณ และเคล็ดลับในการลดต้นทุนการขนส่งทางทะเล JAWANDA CARGO ให้บริการขนส่งสินค้าจากจีนมายังประเทศไทยแบบครบวงจร ทั้ง FCL, LCL, ขนส่งทางรถ, เคลียร์ศุลกากร, ขอใบอนุญาตนำเข้า และบริการ Freight Forwarder สำหรับธุรกิจทุกขนาด

คำนวณต้นทุนก่อนนำเข้า

ประเมินค่าใช้จ่ายหลักก่อนเริ่มนำเข้า ช่วยวางแผนกำไรและราคาขายได้แม่นยำขึ้น

🧮

✅ ค่าระวางเรือ

✅ ค่าขนส่งในจีน

✅ ค่าพิธีการศุลกากร

✅ ค่าขนส่งถึงปลายทาง

🛡️

เชื่อถือได้

มืออาชีพ บริการครบวงจร

สารบัญ

ค่าระวางเรือคืออะไร?

 

ค่าระวางเรือ (Freight Rate)

คือค่าขนส่งสินค้าทางเรือที่ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าต้องจ่ายให้กับสายการเดินเรือ หรือผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือ

ค่าระวางเรืออาจรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น ค่าธรรมเนียมท่าเรือ ค่าประกันสินค้า และค่าภาษีศุลกากร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการขนส่งและข้อตกลงกับผู้ให้บริการ

🏗️

ค่าธรรมเนียม
ท่าเรือ

🛡️

ค่าประกัน

สินค้า

📄

ค่าภาษี
ศุลกากร

📦 คำนวณต้นทุนนำเข้าฟรี

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าระวางเรือ

 

ค่าระวางเรือไม่ได้คงที่ แต่เปลี่ยนแปลงตามปัจจัยหลายประการ    ทั้งระยะทาง ปริมาณสินค้า ฤดูกาล ต้นทุนเชื้อเพลิง และผู้ให้บริการโลจิสติกส์

💬 สอบถามเรทสำหรับสินค้าคุณ

1. ระยะทางและเส้นทางขนส่ง

• ยิ่งระยะทางไกล ค่าระวางก็ยิ่งสูง


• เส้นทางที่มีปริมาณสินค้าขนส่งสูง ค่าระวางมักจะถูกกว่าทางที่มีความต้องการต่ำ

2. ปริมาณสินค้าและประเภทของสินค้า

• การขนส่งสินค้าแบบ Full Container Load (FCL) มักมีค่าระวางถูกกว่าการขนส่ง  แบบ Less than Container Load (LCL)


• สินค้าบางประเภท เช่น วัตถุอันตราย สินค้าเย็น หรือสินค้าขนาดใหญ่พิเศษอาจมีค่าระวางสูงกว่าสินค้าทั่วไป

3. ช่วงเวลาและฤดูกาล

• ค่าระวางเรือมักสูงขึ้นในช่วง Peak Season เช่น ช่วงปลายปีที่มีการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก


• ในช่วงที่มีปัญหาทางโลจิสติกส์ เช่น การล็อกดาวน์ หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าระวางอาจพุ่งสูงขึ้น

4. สถานการณ์ตลาดและต้นทุนเชื้อเพลิง

• ราคาน้ำมันและค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง Bunker Adjustment Factor (BAF) มีผลต่อค่าระวางเรือ


• ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ หรือการจราจรติดขัดในท่าเรือ อาจทำให้ค่าระวางสูงขึ้น

5. สายการเดินเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์

• แต่ละสายการเดินเรือมีค่าระวางแตกต่างกัน


• ตัวแทนขนส่งสินค้าหรือ Freight Forwarder อาจมีส่วนลดพิเศษจากสายการเดินเรือ ทำให้ค่าระวางถูกลง

ประเภทของค่าระวางเรือ

ค่าระวางเรือแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะของการขนส่ง ปริมาณสินค้า และรูปแบบการบรรทุกที่เหมาะกับธุรกิจแต่ละแบบ

เปรียบเทียบราคา FCL/LCL

1. ค่าระวางแบบเต็มตู้คอนเทนเนอร์
(FCL – Full Container Load)

เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าปริมาณมาก โดยผู้ส่งออกจะเช่าตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต หรือ 40 ฟุต เพื่อใช้บรรจุสินค้าทั้งเที่ยวรายเดียว


ข้อดี:

✅ ค่าระวางต่อหน่วยสินค้าถูกกว่าการขนส่งแบบ LCL

✅ ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนหรือเสียหายจากสินค้าอื่น

2. ค่าระวางแบบแบ่งตู้
(LCL – Less than Container Load)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีสินค้าปริมาณน้อย โดยต้องแชร์พื้นที่ในตู้คอนเทนเนอร์กับผู้นำเข้ารายอื่น


ข้อดี:

✅ ไม่ต้องเช่าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้ ช่วยลดต้นทุน

✅ เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ที่ต้องการนำเข้าจำนวนน้อย


ข้อเสีย:

❌ ค่าขนส่งต่อหน่วยสูงกว่าการใช้ตู้แบบ FCL

❌ อาจเกิดความล่าช้าเพราะต้องรอให้ตู้เต็มก่อนออกเดินทาง

3. ค่าระวางแบบ

Bulk Shipping
(ขนส่งสินค้าจำนวนมาก)

เหมาะสำหรับสินค้าประเภทวัตถุดิบ เช่น แร่เหล็ก ถ่านหิน และเมล็ดพืช ที่ต้องใช้เรือบรรทุกขนาดใหญ่

4. ค่าระวางแบบ Ro-Ro (Roll-on/Roll-off)

ใช้สำหรับขนส่งยานพาหนะ เช่น รถยนต์ รถบรรทุก และเครื่องจักรกลหนัก ที่สามารถขับขึ้นและลงเรือได้

สรุป

การเลือกประเภทค่าระวางเรือให้เหมาะสมกับปริมาณสินค้า ลักษณะสินค้า และงบประมาณ จะช่วยให้คุณควบคุมต้นทุนและวางแผนการนำเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการคำนวณ

ค่าระวางเรือ

ค่าระวางเรือคำนวณจากน้ำหนักหรือปริมาตรสินค้า โดยทั่วไปมี 2 วิธีหลัก ที่ผู้นำเข้าควรรู้ก่อนประเมินต้นทุน

📊 คำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้น
อธิบายสูตร

ค่าระวาง = อัตราค่าขนส่งต่อลูกบาศก์เมตร (CBM) × ปริมาตรสินค้า (CBM)

ค่าระวาง = อัตราค่าขนส่งต่อลูกบาศก์เมตร (CBM) × ปริมาตรสินค้า (CBM) × ค่าระวาง

💡 เคล็ดลับเพิ่มเติม

✅ หากไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณคิดตามน้ำหนักหรือปริมาตรให้ผู้ให้บริการช่วยประเมิน

✅ ตรวจสอบหน่วยวัดของสินค้าให้ถูกต้อง ทั้งน้ำหนัก (กก.) และขนาด (ซม.)

✅ เปรียบเทียบราคาค่าระวางจากผู้ให้บริการหลายเจ้า เพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มค่า

เคล็ดลับ

ลดค่าระวางเรือ

นำเข้าสินค้าอย่างคุ้มค่า กำไรไม่หาย

📈 รับคำแนะนำลดต้นทุน

ทำไม ? “ค่าระวางเรือ”
ถึงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของการนำเข้าสินค้า

⚠️ ค่าระวางเรือ (Ocean Freight) ไม่ใช่แค่ตัวเลขค่าใช้จ่ายในการขนส่ง แต่เป็นปัจจัยหลักที่กำหนด “ต้นทุนรวม” ของการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หากไม่รู้ค่าระวางเรือที่แท้จริง ธุรกิจอาจเจอกับปัญหาที่มองไม่เห็น เช่น ราคาขายที่ตั้งผิดพลาด กำไรที่หายไปโดยไม่รู้ตัว หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายแฝงอย่างค่า Demurrage และค่าบริการท่าเรือที่พุ่งสูงขึ้น

การรู้ค่าระวางเรือล่วงหน้า ช่วยให้คุณสามารถวางแผนได้มากขึ้น อาทิ :

เทคนิคช่วยลดค่าระวางเรือ

ดังนั้นผู้นำเข้าทุกคนควรศึกษาเกี่ยวกับค่าระวางเรือ รวมถึงการศึกษาเงื่อนไขการขนส่งของ Freight Forwarder ที่โปร่งใส และตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนนำเข้าสินค้า

ค่าระวางเรือสำคัญ

อย่างไรต่อการนำเข้า

สินค้าจากจีน

ค่าระวางเรือเป็นต้นทุนหลักในการขนส่งสินค้าทางทะเล ซึ่งเป็นวิธีขนส่งที่นิยมใช้มากที่สุดในการนำเข้าสินค้าจากจีน เนื่องจากมีราคาถูกกว่าการขนส่งทางอากาศ และเหมาะสำหรับการนำเข้าสินค้าปริมาณมาก

📈 เริ่มวางแผนนำเข้าวันนี้

1.ค่าระวางเรือกับการบริหารต้นทุนธุรกิจนำเข้า

ค่าระวางเรือเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของธุรกิจนำเข้า การบริหารต้นทุนค่าระวางอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจสามารถตั้งราคาขายได้อย่างเหมาะสม และแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น

2.ตัวอย่างผลกระทบของค่าระวางเรือต่อธุรกิจ

ดังนั้นผู้นำเข้าทุกคนควรศึกษาเกี่ยวกับค่าระวางเรือ รวมถึงการศึกษาเงื่อนไขการขนส่งของ Freight Forwarder  ที่โปร่งใส และตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนนำเข้าสินค้า

สรุป

 

ค่าระวางเรือ

ค่าระวางเรือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากจีนทางทะเล ราคาค่าระวางขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระยะทาง ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ สถานการณ์ตลาด และประเภทของสินค้า ผู้นำเข้าควรศึกษารายละเอียดของค่าระวางและเลือกวิธีขนส่งที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มกำไรในการดำเนินธุรกิจ

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าระวางเรือ

🌐📍

ระยะทาง

เส้นทางที่ไกลขึ้นมีผลต่อ

ค่าระวางที่สูงขึ้น

🚪

ขนาดตู้คอนเทนเนอร์

ขนาดและชนิดของตู้มีผลต่อราคาค่าระวาง

📈

สถานการณ์ตลาด

อุปสงค์-อุปทาน ราคาน้ำมัน และภาวะเศรษฐกิจโลก

📦

ประเภทของสินค้า

สินค้าบางประเภทต้องการการดูแลพิเศษ หรือมีข้อจำกัดในการขนส่ง

📋🔍

วิธีขนส่งที่เหมาะสม

เลือกวิธีขนส่งที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด

คำถามที่พบบ่อย

โดยทั่วไปคิดจาก 2 วิธีหลัก ได้แก่:

  • ปริมาตรสินค้า (CBM)
  • น้ำหนักสินค้า (Weight)
    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทการขนส่งและเงื่อนไขของสายเรือ

ราคาค่าระวางเปลี่ยนแปลงตามหลายปัจจัย เช่น ความต้องการขนส่ง (Demand), ราคาน้ำมัน, จำนวนตู้คอนเทนเนอร์, ฤดูกาล และสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ

เราช่วยประเมินค่าระวางล่วงหน้า แนะนำรูปแบบขนส่งที่เหมาะสม เปรียบเทียบต้นทุน FCL/LCL พร้อมดูแลตั้งแต่รับสินค้าที่จีนจนถึงส่งมอบในประเทศไทยแบบครบวงจร