Green Shipping หรือ Green Logistics เป็นมายังไง?
ในยุคที่ทั่วโลกต่างหันมาให้ความสำคัญกับ “การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” อุตสาหกรรมขนส่งทางเรือเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการปรับตัวได้เช่นกัน เพราะทุกปีการขนส่งสินค้าทางทะเลทั่วโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) คิดเป็นกว่า 3% ของการปล่อยทั้งหมดในโลก เทียบเท่ากับประเทศอุตสาหกรรมขนาดกลางหนึ่งประเทศเลยทีเดียว
จากปัญหานี้เอง จึงเกิดแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Green Shipping” หรือการขนส่งสีเขียว ซึ่งเป็นระบบการเดินเรือที่มุ่งลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในบทความนี้จะแสดงถึงภาพรวมแนวคิดนี้ ว่าทำงานอย่างไรในระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่
สารบัญ
ที่มาของแนวคิด Green Shipping
ระบบและเทคโนโลยีเบื้องหลัง Green Shipping
Green Shipping แตกต่างจากทั่วไปอย่างไร?
Shipment แบบไหนเหมาะกับ green Shipping มากที่สุด?
สรุปเนื้อหา
ที่มาของแนวคิด Green Shipping และเหตุผลสำคัญ
แนวคิด Green Shipping เริ่มต้นจากความตระหนักถึง “ต้นทุนสิ่งแวดล้อม” ที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการขนส่งทางเรือ เดิมทีเรือขนส่งสินค้าทั่วโลกกว่า 60,000 ลำใช้น้ำมันเตา (Heavy Fuel Oil) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีค่ากำมะถันสูงและก่อให้เกิดควันพิษมหาศาล ผลลัพธ์คือ มลพิษทางอากาศและการปล่อย CO₂ ปริมาณมหาศาล ในแต่ละปี ซึ่งมีที่มาจากการขับเคลื่อนยานพาหนะในการขนส่งสินค้าตลอดเวลาที่ผ่านมา
โดยในปี 2018 องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO: International Maritime Organization) ได้ออกกฎบังคับให้ลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งทางเรือลง 50% ภายในปี 2050 และเริ่มใช้มาตรการจำกัดค่ากำมะถันในเชื้อเพลิงไม่เกิน 0.5% ทั่วโลก นั่นคือจุดเริ่มต้นของ “ยุคโลจิสติกส์สีเขียว” อย่างแท้จริง – ตั้งแต่นั้นมา บริษัทขนส่งระดับโลก เช่น Maersk, MSC, CMA CGM, Evergreen, ONE ต่างหันมาลงทุนในเทคโนโลยีเรือพลังงานสะอาด
-
เรือใช้พลังงาน LNG (Liquefied Natural Gas) ที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า 30%
-
เรือพลังงานไฟฟ้า (Hybrid & Electric Vessel) สำหรับเส้นทางระยะสั้น
-
และ โครงการเรือไร้คนขับพลังงานหมุนเวียน (Autonomous Green Ship)
กล่าวโดยสรุป ที่มาของ Green Shipping เกิดจากการรวมตัวของเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจที่ต้องการลดผลกระทบต่อโลก ในขณะเดียวกันยังคงรักษาประสิทธิภาพของการขนส่งไว้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อความยั่งยืนในอนาคตต่อไป และรักษาไว้ซึ่งการอนุรักษ์โลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายให้มีสภาพการณ์ที่ดีขึ้น
บริการ repackage ฟรี ทักเลย!
ระบบและเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Green Shipping
หลายคนอาจเข้าใจว่า Green Shipping หมายถึง “การใช้พลังงานทางเลือกแทนเชื้อเพลิงทั่วไป” แต่แท้จริงแล้วระบบนี้ซับซ้อนกว่านั้นมาก เพราะเบื้องหลังคือการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีหลากหลายแขนง ตั้งแต่เชื้อเพลิง การออกแบบเรือ ไปจนถึงระบบควบคุมเส้นทางและโหลดสินค้าอย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้ “การขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุดในทุกขั้นตอน” โดยมีการเลือกสรรค์ดังนี้
1. พลังงานทดแทน
-
LNG (Liquefied Natural Gas): ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าเชื้อเพลิงทั่วไป 20–30% และมีการเผาไหม้สะอาดกว่า
-
Biofuel: เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากพืชหรือของเสียในภาคเกษตร สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
-
Hydrogen Fuel & Ammonia Fuel: เทคโนโลยีใหม่ที่ไม่ปล่อย CO₂ เลยระหว่างเผาไหม้ และเป็นเป้าหมายหลักของอุตสาหกรรมเรือพลังงานสะอาดในอนาคต
-
Hybrid & Electric Vessel: เรือที่ใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกับเชื้อเพลิงเพื่อลดการใช้น้ำมันในเส้นทางระยะสั้น
2. ระบบควบคุมเส้นทางอัจฉริยะ
AI กับการเดินเรือแบบไร้คนขับมีความเกี่ยวข้องกันโดยอิงจากข้อมูลสภาพอากาศ กระแสน้ำ และความหนาแน่นของเส้นทาง เพื่อคำนวณ “เส้นทางที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด” ระบบนี้สามารถลดการใช้น้ำมันได้ถึง 10–15% ต่อเที่ยว และยังช่วยลดเวลาในการเดินทางโดยไม่เพิ่มการปล่อยมลพิษ
“ตัวอย่างเช่น สายเรือ Maersk และ CMA CGM ใช้ระบบ Fleet AI ที่ประมวลข้อมูลจากดาวเทียมและเซนเซอร์เรือ เพื่อปรับความเร็วและมุมหันของเรือให้เหมาะสมกับคลื่นทะเลโดยอัตโนมัติ”
3. ระบบ IoT และการตรวจสอบแบบเรียลไทม์
ตู้คอนเทนเนอร์และเรือขนส่งยุคใหม่ติดตั้งเซนเซอร์ IoT ที่สามารถตรวจวัดอุณหภูมิ ความดัน ความชื้น รวมถึงการสั่นสะเทือนของเรือ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งขึ้น Cloud เพื่อให้ศูนย์ควบคุมสามารถมอนิเตอร์สถานะได้ทันที ระบบนี้ช่วยป้องกันความเสียหายของสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น การปรับอุณหภูมิของ Reefer Container ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศโดยอัตโนมัติ
4. ระบบจัดการเรือและโหลดสินค้า
การจัดวางสินค้าในเรือมีผลต่อสมดุลและแรงต้านของเรือโดยตรง Green Shipping จึงใช้ซอฟต์แวร์คำนวณการจัดวางตู้คอนเทนเนอร์ให้มีจุดศูนย์ถ่วงเหมาะสม เพื่อให้เรือเคลื่อนตัวในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดแรงเสียดทานและใช้พลังงานน้อยลง แม้ว่าสิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมาอาจมองได้ว่าเป็นสิ่งที่ผู้ขนส่งทั่วไป ก็นิยมใช้หลักการเดียวกัน แต่มุมมองในการประหยัดพลังงานแม้เพียงเล็กน้อย หรือความใส่ใจในการประหยัดพลังงาน ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นการสนับสนุนการขนส่งแบบ Green logistics เช่นเดียวกัน
Green Shipping แตกต่างจากระบบชิปปิ้งทั่วไปอย่างไร?
เมื่อพูดถึงการขนส่งทางเรือ หลายคนอาจคิดว่าการเปลี่ยนมาใช้การขนส่งอนุรักษ์โลก เป็นเพียงการใช้เชื้อเพลิงสะอาดเท่านั้น ในความจริงแล้วความแตกต่างระหว่างระบบชิปปิ้งทั่วไปกับ Green Shipping นั้นมีอยู่ในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่แนวคิด พลังงาน เทคโนโลยี ไปจนถึงวิธีบริหารจัดการ
ความแตกต่างหลักของทั้งสองระบบ
Green Shipping : เชื้อเพลิงที่ใช้จะเน้นที่เชื้อเพลิงสะอาด เช่น เชื้อเพลิง LNG, Biofuel, และ Hydrogen Fuel ที่มีการลดการผลิตก๊าซคาร์บอนต่ำกว่า 30-80% เพื่อลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบันว่าเป็นเหตุผลหลักที่ส่งผลต่อสภาพอากาศโลกมากที่สุดอีกทั้งยังนำระบบ AI เข้ามาเกี่ยวข้องในการสำรวจเส้นทางการขนส่ง เพื่อคำนวณระยะทางขนส่งที่สั้นที่สุดในมีประสิทธิภาพที่สุด แม้ว่าอาจเป็นเส้นทางที่ไม่ใช่ถนนเส้นหลัก แต่สามารถร่นระยะเวลาได้บางส่วนและเหมาะสมมากที่สุด
สิ่งที่จำเป็นจะต้องแลกสำหรับการขนส่งสินค้าผ่านระบบ Green Shipping คือ “ต้นทุนที่สูงขึ้น” เนื่องจากวิธีการผลิตก๊าซลดคาร์บอนฯ มีกระบวนการและเครื่องมือที่ซับซ้อน ส่งผลให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงตามมาภายหลังนั่นเอง
➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
Ordinary Shipping : จะใช้น้ำมันทั่วไปหรือเชื้อเพลิงทั่วไปที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน เช่น ดีเซล หรือ เบนซิน ที่มีการผลิตก๊าซคาร์บอนฯ จำนวนมาก แต่ก็มีต้นทุนน้ำมันที่ถูกกว่าเชื้อเพลงที่ลดคาร์บอนลงเช่นกัน และใช้พลังงานจำนวนมากในการขับเคลื่อน รวมถึงทรัพยากรมนุษย์ที่ทำการวางแผนเส้นทางจากประสบการณ์ทำงาน เพื่อจัดเตรียมเส้นทางที่มีผลลัพธ์มากที่สุด
หากจะมีสิ่งหนึ่งที่เป็นผลเสียมากที่สุดในการขนส่งผ่านระบบปกติคือการเตรียมทรัพยากรทุกช่องทางในการทำงานมากกว่าระบบ Green Logistics ซึ่งส่งผลให้สิ้นเปลืองในส่วนที่ไม่จำเป็นมากกว่า 30% และยังมีการกำจัดของเสียลงทะเลมากกว่า 60% จากสถิติต่างๆ ที่ผ่านมา
Shipment แบบไหนเหมาะกับ Green Shipping มากที่สุด?
🔸 ประเภท Shipment ที่เหมาะกับระบบ Green Shipping 🔸
-
1. สินค้าขนาดใหญ่หรือขนส่งระยะไกล :
เช่น เครื่องจักร, เหล็ก, หรือวัตถุดิบอุตสาหกรรม การใช้เรือพลังงานสะอาดช่วยลดการปล่อยคาร์บอนระหว่างทางได้มากกว่า 30% -
2. สินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Reefer) :
เช่น อาหารแช่แข็ง ผลไม้ และยา ใช้ตู้ Reefer ที่ใช้ระบบพลังงานหมุนเวียน (Solar หรือ Hybrid) ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในเรือ -
3. Shipment ของบริษัทที่มีนโยบาย ESG หรือ Carbon Neutral :
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นต์ เช่น แบรนด์อาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางระดับโลก -
4. สินค้า OEM / ODM สำหรับตลาดต่างประเทศ :
เพราะการใช้ Green Shipping เพิ่มภาพลักษณ์ “แบรนด์รักษ์โลก” ซึ่งเป็นจุดขายในตลาดยุโรปและอเมริกา ทำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจค้าขายที่ดูไม่แสวงหาผลกำไรมากเท่าคู่แข่ง
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
FCL กับ LCL: ข้อแตกต่างที่คุณต้องเข้าใจเพื่อการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ
การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมักจะมีตัวเลือกหลักสองประเภทที่นิยมใช้กันคือ FCL (Full Container Load) และ LCL (Less than Container Load)
Feb
ความแตกต่างระหว่าง JAWANDA CARGO และบริษัทขนส่งอื่นๆ
ปัจจุบันนี้การนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายนั้นเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่ศึกษารายละเอียด
Nov
นำเข้าสินค้าจากจีน: เคล็ดลับและก้าวแรกสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ
การนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนื่องจากจีนเป็นตลาดผู้ผลิตและส่ง
Sep
สรุปเนื้อหา
Green Shipping ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่คือ “การปฏิวัติวงการขนส่งโลก” ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ทั้งในด้านเชื้อเพลิงสะอาด การบริหารเส้นทางด้วย AI และระบบควบคุมพลังงานที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ทั่วโลกต่างมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่กับการรักษาธรรมชาติควบคู่ในอนาคต
ในยุคที่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การเลือกใช้ระบบ Green Shipping จึงไม่เพียงช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน แต่ยังเพิ่มคุณค่าทางแบรนด์และสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าอีกด้วย
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากจีนแบบครบวงจร การเลือกพาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ที่มีระบบขนส่งที่สามารถทำงานร่วมกันกับ Green Shipping จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น พวกเรา JAWANDA CARGO เป็นหนึ่งในตัวแทนผู้นำเข้า-ส่งออก อย่างเป็นทางการ ที่จะช่วยให้คุณขนส่งสินค้าได้อย่างปลอดภัยและหมดกังวลเรื่องเอกสารสินค้าที่สำคัญต่างๆ เริ่มต้นปรึกษาเราได้ฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อติดต่อเราได้ทันที



