7 ประเภทตู้คอนเทนเนอร์
รู้จักตู้แต่ละแบบ เลือกให้เหมาะกับสินค้า และลดความเสี่ยงในการขนส่ง
ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสินค้าที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทั่วไป สินค้าแช่เย็น สินค้าขนาดใหญ่ เสื้อผ้า สินค้าเกษตรที่ต้องระบายอากาศ หรือของเหลว การเลือกตู้ให้เหมาะสมจะช่วยปกป้องสินค้า ลดความเสียหาย และควบคุมต้นทุนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตู้คอนเทนเนอร์คืออะไร? ทำไมจึงมีหลายแบบ..
ตู้คอนเทนเนอร์ คือ กล่องโลหะขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อขนส่งสินค้าได้สะดวก ปลอดภัย และประหยัดต้นทุน โดยมาตรฐานสากลจะกำหนดขนาด น้ำหนัก และโครงสร้างให้เหมือนกันทั่วโลก เพื่อให้ยกขึ้นเรือ รถไฟ หรือรถบรรทุกได้ง่าย ที่เห็นมีหลายประเภท เพราะสินค้าที่ขนส่งแตกต่างกัน เช่น ของแห้ง ของเหลว อาหารแช่เย็น หรือเครื่องจักร จึงต้องมีตู้เฉพาะที่เหมาะกับการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าแต่ละแบบ แม้จะเข้าสู่ปี 2026 แล้ว แต่ประเภทของตู้สินค้าก็ยังคงนิยมใช้เป็นประเภทเดิมที่ใช้มานานตั้งแต่ในปี 1956 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังมีการบอกรายละเอียดต่างๆ เช่น การระบุหมายเลขตู้ (Container Number) หรือน้ำหนักของสินค้าบรรจุสูงสุด เป็นต้นนอกจากจะมีลักษณะตามาตรฐานดังกล่าวแล้ว ยังมีขนาดที่หลากหลายและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสำหรับการบรรจุสินค้าแต่ละประเภทและปริมาณของสินค้าที่จัดส่ง โดยมีทั้งหมด 7 ประเภท
สารบัญ
2. ตู้สำหรับสินค้าขนาดใหญ่และโอเวอร์ไซซ์
( Open Top / Flat Rack )
3. ตู้เฉพาะทางสำหรับเสื้อผ้าและสินค้าที่ต้องการระบายอากาศ
Garment / Ventilated Container
4. ตู้ Tank และวิธีเลือกตู้ให้เหมาะกับสินค้า
( ISO Tank / เลือกตู้ให้ตรงงาน )
ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานและตู้ควบคุมอุณหภูมิ
รู้จัก Dry Box และ Reefer ว่าเหมาะกับสินค้าแบบไหน
เลือกตู้ให้เหมาะ ส่งสินค้าปลอดภัย ถึงไทยอย่างมั่นใจ!
1) Dry Cargoes / Dry Box
ลักษณะ
ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานสำหรับสินค้าทั่วไป ที่ไม่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิ
เหมาะกับ
เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารแห้ง กระเป๋า วัตถุดิบ และสินค้าทั่วไป
จุดเด่น
ใช้งานแพร่หลาย ต้นทุนคุ้มค่าและจัดเรียงสินค้าได้สะดวก
เหมาะเมื่อ
สินค้าสามารถขนส่งในอุณหภูมิปกติและไม่ต้องควบคุมความเย็นระหว่างทาง
2) Reefer Container
ลักษณะ
ตู้ควบคุมอุณหภูมิที่มีระบบทำความเย็นและรักษาอุณหภูมิภายในตู้ตามที่กำหนด
เหมาะกับ
ผลไม้ อาหารสด อาหารแช่เย็น อาหารแช่แข็ง ยา และสินค้าที่ไวต่ออุณหภูมิ
จุดเด่น
ช่วยรักษาอุณหภูมิ ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและช่วยคงคุณภาพสินค้าระหว่างการขนส่ง
เหมาะเมื่อ
สินค้าจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิตลอดเส้นทางการขนส่ง
เลือกแบบไหนดี?
สินค้าแห้ง / สินค้าทั่วไป
→ Dry Box
สินค้าต้องควบคุมอุณหภูมิ / แช่เย็น / แช่แข็ง
→ Reefer
ตู้สำหรับสินค้าขนาดใหญ่และสินค้าโอเวอร์ไซซ์
Open Top และ Flat Rack ต่างกันอย่างไร
สำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก หรือมีรูปทรงพิเศษ การเลือกใช้ตู้ที่เหมาะสมช่วยให้การขนส่งปลอดภัย ต้นทุนเหมาะสมและลดความเสี่ยงในทุกขั้นตอน
เลือกตู้ให้เหมาะ ส่งสินค้าปลอดภัย ถึงไทยอย่างมั่นใจ!
3) Open Top
ลักษณะ
ตู้เปิดด้านบน ไม่มีหลังคาถาวรเหมาะกับการยกสินค้าจากด้านบน
เหมาะกับ
เครื่องจักรสูงเกินตู้ อุปกรณ์ก่อสร้างและสินค้าขนาดใหญ่
จุดเด่น
เครื่องจักรสูงเกินตู้ อุปกรณ์ก่อสร้างและสินค้าขนาดใหญ่
เหมาะเมื่อ
ใช้พื้นที่มากและค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าตู้ทั่วไป
4) Flat Rack
ลักษณะ
พื้นราบ เปิดโล่งด้านบนและด้านข้าง
เหมาะกับ
รถแทรกเตอร์ ท่อ เครื่องยนต์หนักและสินค้าที่กว้างหรือยาวเป็นพิเศษ
จุดเด่น
รองรับสินค้า Oversize และน้ำหนักมาก
เหมาะเมื่อ
ต้องมัดยึดสินค้าให้แน่นและวางแผน
โหลดอย่างรอบคอบ
สิ่งที่ควรเช็กก่อนจองตู้
- ขนาดจริงของสินค้า
- น้ำหนักรวมและจุดยก
- วิธีโหลดและการยึดสินค้า
ตู้เฉพาะทางสำหรับเสื้อผ้า สินค้าที่ต้องการระบายอากาศ
Garment Container และ Ventilated Container
เลือกตู้ให้เหมาะกับลักษณะสินค้า ช่วยรักษาคุณภาพ ลดความเสียหายและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งจากจีนมาไทย
เลือกตู้ให้เหมาะ ส่งสินค้าปลอดภัย ถึงไทยอย่างมั่นใจ!
5) Garment Container
ลักษณะ
ภายในมีราวแขวนเสื้อผ้าตลอดแนว
เหมาะกับ
ชุดสูท ชุดเดรส เสื้อผ้าแฟชั่น และเครื่องแบบ
จุดเด่น
ลดรอยยับ รักษาทรงเสื้อผ้า และพร้อมกระจายสินค้าได้เร็ว
เหมาะเมื่อ
สินค้าต้องการขนส่งแบบแขวนโดยไม่เน้นการพับ
6) Ventilated Container
ลักษณะ
ตู้ที่มีระบบระบายอากาศหรือช่องลมพิเศษ
เหมาะกับ
เมล็ดกาแฟ ไม้แปรรูป ใบยาสูบ และพืชผลแห้ง
จุดเด่น
ลดความชื้นและเชื้อรา โดยไม่ต้องใช้ระบบควบคุมความเย็น
เหมาะเมื่อ
สินค้าต้องการความแห้งและการถ่ายเทอากาศ
เลือกแบบไหนดี?
สินค้าแฟชั่น → Garment Container
สินค้าเกษตรแห้ง / กาแฟ / ไม้ → Ventilated Container
Tank / ISO Tank วิธีเลือกตู้ให้เหมาะกับสินค้า
รู้จักตู้ของเหลว พร้อมคู่มือเลือกตู้แบบสั้น ๆ
การเลือกตู้ที่เหมาะสม คือกุญแจสำคัญในการขนส่งที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยง และช่วยให้สินค้าของคุณถึงปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าตู้ Tank / ISO Tank คืออะไร และควรใช้ตู้แบบไหนให้เหมาะกับสินค้าของคุณ
7) Tank / ISO Tank
ลักษณะ
ตู้ลักษณะคล้ายถัง อยู่ในโครงมาตรฐานของคอนเทนเนอร์
เหมาะกับ
ของเหลวประมาณ 11,000–26,000 ลิตร
จุดเด่น
น้ำมัน อาหารเหลว สารเคมี และของเหลวเฉพาะทาง
เหมาะเมื่อ
ลดความเสี่ยงการรั่วไหล และเหมาะกับการขนส่งมาตรฐานสากล
ก่อนเลือกตู้
ควรดู 3 เรื่องนี้!
ลักษณะสินค้าเป็นแบบใด ต้องการการดูแลพิเศษหรือไม่
ปริมาณ น้ำหนัก และขนาดสินค้า เหมาะกับตู้ประเภทไหน
ต้องควบคุมอุณหภูมิ ระบายอากาศหรือมีข้อกำหนดพิเศษอื่นๆ หรือไม่
7 คำถามที่พบบ่อย
ส่วนใหญ่ใช้ Dry Box
เพราะเหมาะกับสินค้าทั่วไปที่ไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
ควรใช้ Reefer Container
เพื่อรักษาอุณหภูมิให้เหมาะกับสินค้า
มักเลือก Open Top หรือ Flat Rack
ตามขนาดและรูปทรงของสินค้า
ได้ โดยเหมาะกับ Tank / ISO Tank
และอาจต้องมีเอกสารเฉพาะสำหรับสินค้าบางประเภท
ควรเตรียมข้อมูลสินค้าให้มากที่สุด
เพื่อให้ประเมินประเภทตู้และต้นทุนได้แม่นยำ
ช่วยประเมินประเภทตู้ วางแผน FCL / LCL
ดูแลเอกสาร และประสานงานนำเข้าจากจีนถึงไทย
แนะนำให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะตู้เฉพาะทาง เพราะจำนวนตู้และเที่ยวเรืออาจมีจำกัด ควรแจ้ง ประเภทสินค้า ขนาด น้ำหนัก และวันพร้อมส่ง เพื่อวางแผนตู้และต้นทุนได้เหมาะสมค่ะ
สรุป
ตู้คอนเทนเนอร์แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสินค้าที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น Dry Box, Reefer, Open Top, Flat Rack, Garment, Ventilated หรือ Tank / ISO Tank การเลือกตู้ให้เหมาะกับลักษณะสินค้า ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขการขนส่ง จะช่วยลดความเสียหาย ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และทำให้การนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นระบบมากขึ้น
ก่อนจองตู้ ควรตรวจสอบข้อมูลสินค้าให้ครบ ทั้ง ขนาดจริง น้ำหนัก ประเภทสินค้า วิธีโหลด เงื่อนไขการเก็บรักษา และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ สินค้า Oversize สินค้าควบคุมอุณหภูมิ หรือสินค้าประเภทของเหลวที่อาจต้องใช้ตู้และการวางแผนเฉพาะทาง
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกตู้แบบไหน JAWANDA CARGO ช่วยประเมินประเภทตู้และรูปแบบขนส่งที่เหมาะกับสินค้าของคุณได้ พร้อมวางแผนทั้ง LCL / FCL การขนส่งจีน–ไทย เอกสารนำเข้า และต้นทุนเบื้องต้น เพื่อให้คุณเห็นภาพค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจและลดความเสี่ยงระหว่างการขนส่ง
ไม่ว่าคุณจะนำเข้าสินค้าทั่วไป เสื้อผ้า เครื่องจักร สินค้า Oversize สินค้าเกษตร หรือของเหลว การเริ่มต้นจากการ เลือกตู้ให้ถูกตั้งแต่แรก จะช่วยให้การนำเข้าง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นในระยะยาว


