เช็กให้ครบทั้งสเปก

เช็กให้ครบทั้งสเปก มาตรฐาน เอกสาร และต้นทุน ก่อนกดออเดอร์ล็อตใหญ่

กล้องวงจรปิดจากจีนมีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้ง CCTV แบบสาย, IP Camera, Wi-Fi Camera และรุ่นใส่ซิม 4G ด้วยราคาที่คุ้มค่าและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ตลาดไทย แต่ก่อนจะสั่งมาขาย อย่าดูแค่ราคาและความละเอียด (MP) เท่านั้น! ควรเช็กให้ครบทั้งสเปกสินค้า ความเข้ากันได้ของระบบ แอปพลิเคชัน/Cloud มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น กสทช. เอกสารนำเข้า และบริการหลังการขาย เพื่อให้ขายได้จริง ไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง

รุ่นที่ใช้ Wi-Fi / 4G / ซิม ควรตรวจเงื่อนไข กสทช. แยกตามรุ่นก่อนนำเข้าและจำหน่าย เพื่อให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของไทย

เช็กให้ครบทั้งสเปก

สารบัญ

เช็กประเภทและสเปกกล้องก่อนสั่ง

เช็ก กสทช. และเอกสารนำเข้า

QC โรงงานและทดสอบของจริง

คำนวณต้นทุนและวางแผนขาย

คำถามที่พบบ่อย

สรุป

เช็กให้ครบทั้งสเปก

เช็กประเภทและสเปกกล้องก่อนสั่ง

เช็กให้ครบทั้งสเปก

นำเข้ากล้องวงจรปิดจากจีน ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนสั่งมาขาย?

1. รู้จักประเภทกล้องวงจรปิด และเลือกให้ตรงกับตลาดไทย

กล้องวงจรปิดจากจีนมีหลายประเภท แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างกัน ควรเข้าใจให้ชัดก่อนสั่งมาขาย

กล้องแบบมีสาย (Wired CCTV)

เหมาะกับบ้าน สำนักงาน โรงงาน

กล้องไร้สาย (Wi-Fi CCTV)

ติดตั้งง่าย นิยมในไทย

กล้อง 4G / ใส่ซิม (SIM CCTV)

เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต

กล้องพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar CCTV)

เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้ง หน้างาน โครงการ

ก่อนสั่งมาขาย ควรเช็ก
  • ความต้องการของตลาดไทย
  • สเปกและฟังก์ชันที่เหมาะสม
  • รองรับการใช้งานในไทย (แอป / ภาษา / Server)
  • มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (กสทช. / มอก.)
  • ต้นทุนและราคาขายปลีก

2. เช็ก กสทช. และเอกสารนำเข้าก่อนสั่ง

กล้องที่มี Wi-Fi / 4G / ซิม ไม่ควรสั่งเข้ามาขายก่อนตรวจมาตรฐานและย่านความถี่

ข้อกำหนด กสทช. สำหรับกล้องวงจรปิด

กล้อง Wi-Fi
  • ต้องมีเอกสาร Supplier’s Declaration of Conformity (SDoC) ตามข้อกำหนดของ กสทช.
  • ตรวจสอบย่านความถี่ที่รองรับการใช้งานในไทย เช่น 2.4 GHz / 5 GHz
กล้อง 4G / ใส่ซิม
  • ต้องตรวจสอบมาตรฐานและเอกสารรับรองจาก กสทช. ตามรุ่นของสินค้า
  • ตรวจสอบย่านความถี่ที่รองรับในไทย เช่น 700 / 850 / 900 / 1800 / 2100 MHz (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ)
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
  • หลีกเลี่ยงสินค้าที่ล็อก Firmware / App เฉพาะจีน
  • ตรวจสอบว่า App / Server รองรับการใช้งานในไทย

3. เตรียมเอกสารให้ครบ

ช่วยให้นำเข้าลื่นไหล ลดความเสี่ยงของติดด่าน

เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่

  • Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้า)
  • Packing List (รายการบรรจุสินค้า)
  • Datasheet / Specification (สเปกสินค้า)
  • รูปสินค้า / รุ่นสินค้า (Product Photos)
  • เอกสารรับรองที่เกี่ยวข้อง เช่น SDoC / มาตรฐาน (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า)
  • เอกสารของผู้นำเข้าและเอกสารพิธีการศุลกากร

4. วางแผนโลจิสติกส์และต้นทุน

เลือกวิธีขนส่งให้เหมาะกับปริมาณและแผนการขาย

ขนส่งทางเครื่องบิน
  • เหมาะกับสินค้าตัวอย่าง หรือสั่งจำนวนไม่มาก
  • ใช้เวลาประมาณ 3–7 วัน
  • เร็ว เหมาะกับสินค้าที่ต้องการขายด่วน
ขนส่งทางเรือ
  • เหมาะกับการนำเข้าจำนวนมาก
  • ใช้เวลาประมาณ 15–25 วัน
  • คุ้มค่า เหมาะกับการสต็อกขายระยะยาว
ขนส่งทางรถ (ผ่านด่าน/พิธีการศุลกากร)
  • เหมาะกับสินค้าบางประเภท และเส้นทางที่รองรับ
  • ใช้เวลาประมาณ 5–10 วัน
  • สมดุลทั้งเวลาและต้นทุน
เช็กให้ครบทั้งสเปก

QC โรงงานและทดสอบของจริง ก่อนสั่งล็อตใหญ่

การตรวจสอบคุณภาพ (QC) ช่วยลดความเสี่ยง ได้สินค้าตรงสเปก ใช้งานได้จริง และลดปัญหาเคลมในอนาคต โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่มีหลายรุ่น หลายฟังก์ชัน ควรทดสอบจากของจริงก่อนสั่งจำนวนมาก

เช็กจริง • ทดสอบจริง • มั่นใจก่อนขาย


เช็กลิสต์การ QC และทดสอบกล้องวงจรปิดจากโรงงาน

1. ทดสอบภาพกลางวัน

เช็กสี ความคมชัด WDR และมุมมองของภาพจริง

2. ทดสอบภาพกลางคืน

เช็ก IR / Full Color / Noise และระยะการมองเห็นจริง

3. ทดสอบ Motion Detection และ Human Detection

เช็กการแจ้งเตือนและการจับความเคลื่อนไหว

4. ทดสอบการเชื่อมต่อ

Wi-Fi / LAN / PoE / 4G เช็กความเสถียรของการเชื่อมต่อ

5. ทดสอบการบันทึกและการดูย้อนหลัง

เช็กการใช้งาน microSD / NVR / Cloud และการ Playback

6. เช็กการรองรับระบบ

ONVIF / RTSP / App Login และ Push Notification

7. ทดสอบการรีเซ็ตและอัปเดต

เช็กการ Reset / Firmware และการ Reconnect หลังไฟดับ

8. ตรวจอุปกรณ์ภายในกล่อง

เช็ก Adapter, สาย, ขายึด, คู่มือ และอุปกรณ์ให้ครบถ้วน

9. ตรวจ Serial / QR / Model

ให้ตรงกับสเปกที่สั่ง และสามารถตรวจสอบกับผู้ผลิตได้

10. ตรวจแพ็กเกจและการกันกระแทก

เช็กกล่อง วัสดุกันกระแทก และการแพ็ก เพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างขนส่ง

JAWANDA CARGO ช่วยได้

เราดูแลตั้งแต่ต้นทาง ตรวจสอบก่อนปิดกล่อง เพื่อให้คุณมั่นใจทุกล็อต

ประสานโรงงาน / Supplier

ช่วยสื่อสารและนัดหมายการตรวจ QC กับโรงงาน

ขอรูปและวิดีโอ QC

ตรวจสอบสินค้าก่อนสั่งจริง

ตรวจสินค้า / นับจำนวน

เช็กคุณภาพและจำนวนให้ตรงตามออเดอร์

รีแพ็ก / เสริมกันกระแทก

เพิ่มความปลอดภัยระหว่างขนส่ง

วางแผนส่งเข้าโกดังจีน

ให้ทันรอบขนส่ง และลดความเสี่ยงล่าช้า

เช็กให้ครบทั้งสเปก

คำนวณต้นทุนและวางแผนขาย ก่อนสั่งล็อตใหญ่

กล้องต้นทุนถูก ไม่ได้แปลว่ากำไรดี
ถ้ายังไม่รวมค่าเอกสาร เคลม และบริการหลังการขาย

ต้นทุนจริง =

ค่าสินค้า (ค่าร้าน/โรงงาน)

  • ขนส่งในจีน (ส่งเข้าโกดัง)
  • ขนส่งจีน–ไทย (LCL / FCL)
  • อากร/ภาษี (ตามประเภทสินค้า)
  • เอกสาร/มาตรฐาน (เช่น มอก. / FCC / CE)
  • แพ็กเสริม (กล่อง/คู่มือ/โลโก้)
  • ส่งต่อไทย (จัดส่งถึงลูกค้า)
  • เคลม/อะไหล่สำรอง (บริการหลังการขาย)

คิดรอบคอบ. บริการจาก JAWANDA CARGO ช่วยให้การนำเข้ากล้องวงจรปิดง่ายขึ้น

ขอราคาและเงื่อนไขจากร้าน/โรงงาน

ช่วยสื่อสารภาษาจีน ต่อรองราคาให้

รวมสินค้าและวางแผน LCL-FCL

จัดส่งคุ้มค่า ตามปริมาณสินค้า

จัดเอกสารนำเข้า

อากร/ภาษี และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ขนส่งจีน–ไทย

ทางรถ / ทางเรือ / ทางอากาศ เลือกได้ตามงบและความเร็ว

1. MOQ / Lead Time

เช็กขั้นต่ำและระยะเวลาผลิต เพื่อวางแผนสต็อกให้ทันขาย

  • ขั้นต่ำกี่ตัว (MOQ)
  • ผลิตกี่วัน
  • เพิ่มโลโก้/กล่องใช้เวลาเท่าไร
  • เผื่อเวลา QC ก่อนส่ง

2. วางรุ่นสินค้า

เลือกกลุ่มรุ่นให้ชัด เพื่อลดสต็อกกระจายเกินไป

  • กล้อง Wi-Fi (เหมาะกับบ้าน/ร้าน)
  • กล้อง PoE (เหมาะกับธุรกิจ/โครงการ)
  • กล้อง 4G (เหมาะกับพื้นที่ไม่มีเน็ต)
  • ความละเอียด 2MP / 4MP / 8MP
  • เลือกรุ่นที่รุ่นที่ขายดี

3. Warranty

ตกลงเงื่อนไขการประกัน และการเคลมให้ชัดเจน

  • ระยะเวลารับประกัน (เช่น 1–2 ปี)
  • วิธีเคลมกับ Supplier
  • ค่าอะไหล่หลังหมดประกัน
  • มีศูนย์หรือทีมซัพพอร์ตหรือไม่

4. Spare Units

เผื่อกล้องสำรองและอะไหล่ ตามแผนบริการหลังขาย

  • เผื่อกล้องสำรอง 3–5%
  • อะไหล่ที่เสียบ่อย เช่น Adapter, สาย, ขา
  • เตรียมสต็อกสำหรับเคลม
  • ช่วยลดปัญหาและรักษาลูกค้าในระยะยาว

5. App / Cloud

ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและความเสถียรของระบบ

  • มีค่า Subscription หรือไม่
  • Server อยู่ประเทศอะไร เช่น จีน / สิงคโปร์ / ไทย
  • สามารถโอน Account ได้หรือไม่
  • มีบริการหลังการขายในไทยหรือไม่
เช็กให้ครบทั้งสเปก

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ควรสั่งขายทันที ควรตรวจสอบย่านความถี่ เอกสาร SDoC และข้อกำหนด กสทช. ของรุ่นนั้นก่อน

สิ่งที่ต้องเช็ก

  • ย่านความถี่ (2.4GHz / 5GHz)
  • เอกสาร SDoC
  • ข้อกำหนด กสทช.

ต้องตรวจการรับรองอุปกรณ์วิทยุคมนาคม และเครื่องหมายตามข้อกำหนด กสทช. รวมถึง Band ที่ใช้ในไทย

สิ่งที่ต้องเช็ก

  • การรับรองอุปกรณ์วิทยุคมนาคม
  • เครื่องหมายตามข้อกำหนด กสทช.
  • Band ที่ใช้ในไทย
    เช่น B1 / B3 / B5 / B8

ไม่เท่ากัน เพราะคุณภาพยังขึ้นอยู่กับ Sensor, Lens, Bitrate, WDR, Night Vision, Firmware และการประมวลผลเพิ่มเติม

ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพ

  • Sensor
  • Lens
  • Bitrate
  • WDR
  • Night Vision
  • Firmware และการประมวลผล

ควร โดยเฉพาะรุ่นใหม่ OEM หรือกล้องที่ต้องใช้กับ NVR/App ของคุณ เพื่อทดสอบความเข้ากันได้

ทดสอบอะไรบ้าง?

  • คุณภาพภาพจริง
  • การใช้งานร่วมกับ NVR / App
  • ความเสถียรของสัญญาณ
  • ฟังก์ชันตามสเปกที่ต้องการ

ช่วยฝากสั่ง ประสาน Supplier ตรวจ QC วางเอกสารนำเข้า และขนส่งจีน–ไทยครบวงจร

  • ฝากสั่งสินค้า
  • ประสาน Supplier
  • ตรวจ QC ก่อนส่ง
  • จัดเตรียมเอกสารนำเข้า
  • ขนส่งจีน–ไทยครบวงจร
เช็กให้ครบทั้งสเปก

สรุป

การนำเข้ากล้องวงจรปิดจากจีนให้ขายได้จริง ไม่ควรดูแค่ราคาหรือความละเอียดของกล้อง แต่ต้องเช็กให้ครบทั้ง สเปกสินค้า มาตรฐาน กสทช. เอกสารนำเข้า การ QC และต้นทุนรวมต่อชิ้น ก่อนสั่งล็อตใหญ่ โดยเฉพาะกล้อง Wi-Fi / 4G / ใส่ซิม ควรตรวจย่านความถี่ เอกสาร และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน รวมถึงควรขอ Sample มาทดสอบการใช้งานจริงกับ App, NVR, Cloud และอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนผลิตหรือสั่งจำนวนมาก เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าใช้งานไม่ได้ เคลมสูง หรือมีปัญหาตอนนำเข้า นอกจากนี้ควรคำนวณ Landed Cost ให้ครบ ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาโรงงาน เพราะยังมีค่าขนส่ง ภาษี เอกสาร แพ็กเกจ อะไหล่สำรอง และบริการหลังการขาย ซึ่งทั้งหมดมีผลต่อกำไรจริงของธุรกิจ หากวางแผนตั้งแต่ต้น ทั้งการเลือก Supplier, ตรวจสินค้า, จัดเตรียมเอกสาร และเลือกวิธีขนส่งที่เหมาะสม จะช่วยให้การนำเข้ากล้องวงจรปิดจากจีนมีความเสี่ยงน้อยลง และพร้อมนำไปขายต่อในไทยได้อย่างมั่นใจมากขึ้น