การสั่งสินค้าจากจีนหลายโรงงานช่วยให้ธุรกิจมีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งด้านสินค้า ราคา และคุณภาพ แต่หากแต่ละโรงงานจัดส่งแยกกัน อาจทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น เกิดหลายรอบการรับของ และจัดการเอกสารได้ยากกว่าเดิม แนวทางที่ช่วยให้การนำเข้าจัดการง่ายขึ้นคือ การรวมสินค้าจากหลายโรงงานเข้าคลังจีน (Consolidation) เพื่อรวบรวม ตรวจนับ แพ็ก และวางแผนขนส่งในรอบเดียว โดยเลือกวิธีส่งให้เหมาะกับปริมาณสินค้า เช่น LCL, FCL, รถ หรือเรือ บทความนี้จะพาไปดูว่า หากสั่งสินค้าจากหลายโรงงานในจีน ควรรวมของอย่างไร วางแผนต้นทุนแบบไหน และต้องเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้การส่งสินค้ามาไทยคุ้มค่า เป็นระบบ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นค่ะ
ทำไมการสั่งสินค้าหลายโรงงานในจีน ถึงทำให้ต้นทุนบานปลายได้?
การสั่งสินค้าจากหลายโรงงาน ช่วยให้ได้สินค้าที่หลากหลายและตรงความต้องการ แต่หากไม่มีการรวมของ จะมีค่าใช้จ่ายแฝงและปัญหามากกว่าที่คิด จนทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นได้
ถ้าไม่รวมของจะเกิดอะไร?
1. ค่าขนส่งแยกหลายรอบ
ต้องจ่ายค่าขนส่งจีน–ไทยหลายรอบ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น และอาจมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ซ้ำซ้อน
2. ต้องประสานหลายร้านและหลายคน
ต้องคุยกับหลายโรงงาน หลายแผนก หลายภาษา ทั้งเรื่องการผลิต การแพ็ก และการจัดส่ง เสี่ยงต่อความผิดพลาดในการสื่อสาร
3. เอกสารกระจัดกระจาย
มีเอกสารหลายชุด ทั้ง Invoice หรือ Packing List ทำให้ตรวจสอบยาก เสี่ยงเอกสารหาย หรือเอกสารไม่ตรงกัน
4. สินค้ามาถึงไม่พร้อมกัน
แต่ละโรงงานจัดส่งคนละเวลา ทำให้สินค้ามาถึงไทยไม่พร้อมกัน ต้องเสียค่าจัดเก็บเพิ่ม และอาจกระทบต่อแผนการขายหรือการผลิตของคุณ
5. เสี่ยงของตกหล่นหรือส่งผิด
เมื่อมีหลายออเดอร์ หลายกล่อง โอกาสที่ของจะตกหล่น ส่งผิด หรือไม่ครบสูงขึ้น และการเคลมกับโรงงานก็ยุ่งยาก ใช้เวลานาน
6. ต้นทุนปลายทางคาดเดายาก
เมื่อมีหลายรอบขนส่ง อาจมีค่าขนส่ง ค่าพิธีการศุลกากร ค่าดำเนินการ และค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอน ทำให้วางงบประมาณได้ยาก และเสี่ยงต้นทุนบานปลาย
ถ้ารวมสินค้าที่คลังจีนก่อน มีข้อดีอะไร?
รวมของก่อนส่งไทย ช่วยลดต้นทุน และจัดการง่ายขึ้นทุกขั้นตอน
1. ลดรอบขนส่ง ประหยัดค่าใช้จ่าย
รวมสินค้าจากหลายโรงงานเป็นรอบเดียว ลดค่าขนส่งต่อหน่วย คุ้มค่ากว่า และลดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
2. ลดความสับสน ประสานงานง่ายขึ้น
มีทีมงาน JAWANDA CARGO เป็นตัวกลางประสานงาน ติดต่อกับหลายโรงงานให้คุณ สรุปความคืบหน้าได้จากที่เดียว
3. เช็กของก่อนส่งไทย มั่นใจของครบ
สินค้าทุกชิ้นจะถูกตรวจสอบจำนวน รุ่น และสภาพก่อนแพ็ก ช่วยลดปัญหาของตกหล่นหรือส่งผิด
4. จัดแพ็กใหม่ได้ เหมาะกับการขนส่ง
รวมสินค้า แพ็กใหม่ให้เหมาะสมทั้งลดขนาด ลดน้ำหนัก หรือจัดเป็นพาเลท / กล่องรวม ช่วยให้ขนส่งปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่าย
5. คุมแผนขนส่งง่ายขึ้น ต้นทุนชัดเจน
ส่งของเป็นรอบเดียว เห็นค่าใช้จ่ายรวมชัดเจน วางแผนการนำเข้าได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายปลายทางที่ไม่คาดคิด
ขั้นตอนการรวมสินค้าจากหลายโรงงานในจีน แล้วส่งมาไทย
รวมหลายแหล่งผลิต หลายโรงงาน รวมเป็นหนึ่งเดียว จัดการง่าย ส่งไทยได้อย่างมั่นใจ
หลายโรงงาน ก็รวมส่งไทยได้ สบายกว่าเมื่อมี JAWANDA CARGO
6 ขั้นตอน รวมสินค้าจากหลายโรงงานในจีน ส่งมาไทยกับ JAWANDA CARGO
1. รับข้อมูลโรงงานและรายละเอียดสินค้า
รวบรวมข้อมูลจากทุกโรงงาน ทั้งชื่อร้าน รายละเอียดสินค้า จำนวน ขนาด น้ำหนัก และกำหนดส่ง เพื่อวางแผนการรับของ
2. ให้แต่ละร้านส่งสินค้าเข้าโกดังจีนของ JAWANDA
ให้แต่ละโรงงานหรือร้านค้าส่งสินค้าเข้ามาที่โกดังจีนของ JAWANDA ตามที่อยู่โกดังที่กำหนด
3. ตรวจรับและเช็กจำนวน / น้ำหนัก / สภาพสินค้า
ทีมงานตรวจรับทุกกล่อง เช็กจำนวน น้ำหนัก และสภาพสินค้า พร้อมอัปเดตสถานะให้ลูกค้าทราบ
4. รวมสินค้า จัดแพ็กใหม่ ติด Shipping Mark
รวมสินค้าจากหลายโรงงาน จัดแพ็กใหม่ให้เหมาะสม ติด Shipping Mark เพื่อระบุตัวตนและง่ายต่อการตรวจสอบ
5. เลือกวิธีขนส่ง LCL / FCL / รถ / เรือ ตามความเหมาะสม
ทีมงานแนะนำวิธีขนส่งที่เหมาะกับปริมาณสินค้า งบประมาณ และระยะเวลา ทั้ง LCL / FCL / รถ หรือเรือ
6. จัดทำเอกสารและส่งต่อเข้าไทย จนถึงปลายทาง
จัดเตรียมเอกสารครบถ้วน ดูแลพิธีการศุลกากร และประสานงานขนส่งในไทย จนสินค้าถึงปลายทางอย่างปลอดภัย
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเริ่ม
- ชื่อร้านหรือโรงงาน
- ลิงก์สินค้า
- จำนวน
- ขนาด / น้ำหนัก
- รูปสินค้า
- กำหนดส่ง
- ประเภทสินค้า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ควรหลีกเลี่ยง
ร้านส่งของผิดโกดัง
ส่งไปคนละที่กับบริษัทที่กำหนด
ไม่มี Shipping Mark
ทำให้ระบุตัวตนไม่ได้ และเสี่ยงต่อการตกหล่น
ส่งมาไม่พร้อมกัน
ทำให้ต้องรอสินค้า และเสียเวลารวมของ
ไม่แจ้งจำนวน
ทำให้ตรวจสอบยาก และเกิดความคลาดเคลื่อน
วิธีคุมต้นทุน เมื่อต้องสั่งสินค้าหลายโรงงาน
สั่งจากหลายโรงงานก็ลดต้นทุนได้ หากมีการวางแผนและรวมส่งอย่างถูกวิธี
มาดู 6 วิธีคุมต้นทุนที่ใช้ได้จริง!
1. รวมของให้ได้รอบเดียว หรือรอบใหญ่ขึ้น
- รวมสินค้าจากหลายโรงงานให้ส่งมาที่คลังจีนก่อน แล้วค่อยส่งเข้าไทยพร้อมกัน
- ยิ่งรวมมาก ต้นทุนต่อ กก. / ต่อ CBM ยิ่งถูกลง
- ลดค่าขนส่ง ค่าดำเนินการ และค่าเอกสารต่อรอบ
2. วางแผนให้ร้านส่งเข้าคลังจีนในช่วงใกล้กัน
- ประสานโรงงานให้ส่งสินค้าเข้าคลังจีนในช่วงเวลาใกล้กัน
- ช่วยลดระยะเวลาการเก็บสินค้าและค่าจัดเก็บ (Free Storage)
- ทำให้จัดรอบส่งได้เร็วขึ้น และไม่เสียค่าขนส่งหลายรอบ
3. เลือกขนส่งให้เหมาะกับปริมาณสินค้า
ทางรถ : เร็ว เหมาะกับของเร่งด่วน หรือปริมาณไม่มาก
ทางเรือ : เหมาะกับของปริมาณมาก ไม่เร่งด่วน ต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่า
- พิจารณาจากความเร็ว งบประมาณ และปริมาณสินค้า
- หากมีหลายรายการ สามารถผสมการขนส่งได้ เช่น บางส่วนส่งทางรถ บางส่วนส่งทางเรือ
- ปรึกษาทีม JAWANDA CARGO เพื่อเลือกวิธีที่คุ้มที่สุด
4. ลดค่าจัดการซ้ำซ้อน ด้วยการแพ็กรวม
- ให้โรงงานแต่ละแห่งส่งมาที่คลังจีน เพื่อแพ็กรวมเป็นพาเลท / ลังใหญ่
- ลดจำนวนพัสดุ ลดค่าเอกสาร และค่าดำเนินการต่อรายการ
- ช่วยลดความเสี่ยงของการสูญหาย และตรวจนับได้ง่ายขึ้น
5. เช็กขนาด น้ำหนัก และ CBM ก่อนตัดสินใจ
- ตรวจสอบน้ำหนักจริงและขนาดกล่องของแต่ละรายการ
- คำนวณ CBM (ปริมาตร) เพื่อเปรียบเทียบว่าคิดค่าใช้จ่ายแบบน้ำหนักหรือแบบปริมาตร แบบไหนคุ้มกว่า
- ช่วยให้วางแผนการรวมสินค้าและเลือกขนส่งได้เหมาะสม
CBM = ยาว × กว้าง × สูง (เมตร)
6. เผื่อค่าดำเนินการและเอกสาร
นอกจากค่าขนส่ง ควรเผื่อค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย เช่น
- ค่าดำเนินการ
- ค่าเอกสาร
- ค่าพิธีการศุลกากร
- ค่าบริการอื่น ๆ
การวางงบประมาณล่วงหน้าช่วยให้ควบคุมต้นทุนได้ดี และไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่คาดคิด
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายขนส่ง (โดยประมาณ)
| ประเภทขนส่ง | ประมาณราคา (บาท/กก.) | ประมาณราคา (บาท/CBM) | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ทางรถ (ขนส่งทางบก) | 35 บาท/กก. | 6,000 บาท/CBM | ของเร่งด่วน ปริมาณไม่มาก หรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว |
| ทางเรือ (ขนส่งทางทะเล) | 25 บาท/กก. | 4,000 บาท/CBM | ของปริมาณมาก ไม่เร่งด่วน ต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่า |
ราคานี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ราคาจริง ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า น้ำหนัก ปริมาตร เส้นทาง และเงื่อนไขการให้บริการ
เมื่อไรควรเลือก LCL / เมื่อไรควรพิจารณา FCL
เลือก LCL (ตู้รวมสินค้า)
- ปริมาณสินค้าไม่มาก
- ต้องการประหยัดต้นทุน
- มีหลายโรงงานและรวมของส่งออก
- ไม่ต้องการเหมาทั้งตู้
พิจารณา FCL (เหมาตู้)
- ปริมาณสินค้าจำนวนมาก
- ต้องการต้นทุนต่อหน่วยที่ถูกกว่า
- มีแผนส่งต่อเนื่องเป็นประจำ
- ต้องการควบคุมความปลอดภัยและเวลาขนส่งได้มากขึ้น
ก่อนส่งเข้าไทย ต้องเช็กอะไรบ้าง?
เช็กให้ครบ ลดปัญหาหน้าด่านศุลกากร ของถึงไทยไวขึ้น ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย และทำธุรกิจได้ต่อเนื่อง
1. เช็กประเภทสินค้าและข้อจำกัด
- สินค้าทั่วไปหรือสินค้าควบคุม
- มีแบรนด์หรือไม่ (ของแท้ / ของลิขสิทธิ์)
- ต้องใช้ใบอนุญาต / อย. / มอก. / เอกสารพิเศษหรือไม่
- ตรวจสอบข้อห้ามนำเข้า และข้อจำกัดของไทย
2. เช็กเอกสารและข้อมูลให้ครบ
- Invoice / Packing List ครบหรือไม่
- จำนวนกล่องและน้ำหนักครบหรือไม่
- ชื่อผู้รับและปลายทางชัดเจนหรือไม่
- ข้อมูลสินค้า ราคา ปริมาณ ตรงกันทุกเอกสาร
3. เช็กการแพ็กและการติด Shipping Mark
- แพ็กสินค้ากันกระแทกอย่างเหมาะสม
- ต้องห่อบับเบิ้ล / ตีไม้ / วางพาเลทหรือไม่
- มีรหัสลูกค้าและระบุ /EK หรือ /SEA ที่หน้ากล่องหรือไม่
- ติด Shipping Mark ชัดเจน เช่น ชื่อผู้รับ จำนวนกล่อง น้ำหนัก
4. เช็กแผนขนส่งและปลายทางในไทย
- เลือกช่องทางขนส่งให้เหมาะสม (LCL / FCL / รถ / เรือ / EK)
- ตรวจสอบระยะเวลาและรอบส่ง
- ยืนยันสถานที่ปลายทางในไทยให้ชัดเจน
- เตรียมข้อมูลผู้รับสินค้าและเบอร์ติดต่อ
- ตรวจสอบพื้นที่ปลายทางว่าสามารถรับรถใหญ่ได้หรือไม่
เอกสารที่มักใช้
Commercial Invoice
ใบกำกับสินค้า แสดงรายละเอียดสินค้า ราคา และผู้ซื้อผู้ขาย
Packing List
รายการบรรจุสินค้า ระบุจำนวนกล่อง น้ำหนัก และขนาด
ใบขน / เอกสารศุลกากร
ใช้สำหรับดำเนินพิธีการนำเข้าต่อกรมศุลกากร
เอกสารใบอนุญาต (ถ้ามี)
เช่น อย. มอก. หนังสืออนุญาต หรือเอกสารพิเศษตามประเภทสินค้า
คำถามที่พบบ่อย FAQ
ให้แต่ละร้านส่งสินค้ามาที่คลังของ JAWANDA CARGO ในจีน โดยแจ้งชื่อ–รหัสลูกค้า และหมายเลขพัสดุให้ร้านระบุบนกล่อง เพื่อให้เรารับสินค้าและจัดเก็บแยกตามร้านได้อย่างถูกต้อง
ช่วยลดต้นทุนได้จริง เพราะสามารถรวมสินค้าหลายร้าน หลายโรงงานเป็นพัสดุเดียว ทำให้ประหยัดค่าขนส่ง ค่าดำเนินการ และค่าพื้นที่เมื่อเทียบกับการส่งแยกหลายชุด
เรารับของแต่ละร้านเก็บไว้ที่คลัง และจัดเก็บไว้ในคลังให้ก่อน รอสินค้าครบตามแผนของคุณ เมื่อครบแล้วจึงดำเนินการรวมของ แพ็กใหม่ และจัดส่งมาไทยตามเวลาที่คุณต้องการ
LCL
- ปริมาณไม่มาก
- จ่ายตามพื้นที่ / ปริมาตรจริง
- เหมาะกับผู้เริ่มนำเข้า หรือสั่งหลาย SKU
FCL
- ปริมาณมาก
- คุ้มค่าต่อหน่วยมากกว่า
- เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่
- เหมาะกับสินค้าทั้งตู้
ขึ้นอยู่กับปริมาณและงบประมาณของคุณ หากปริมาณไม่มาก แนะนำ LCL แต่หากจำนวนมากและต้องการความคุ้มค่า FCL จะเหมาะสมกว่า ทีมงานของเราพร้อมช่วยประเมินและแนะนำตัวเลือกที่ดีที่สุด
ไม่จำเป็นต้องแพ็กใหม่ทุกครั้ง แต่การแพ็กใหม่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสียหาย และสามารถปรับขนาด / น้ำหนักให้เหมาะสม ช่วยประหยัดค่าขนส่งได้ โดยเราจะประเมินความจำเป็นให้ในแต่ละกรณี
ประโยชน์ของการแพ็กใหม่:
- ตรวจเช็กสินค้า
- รวมแพ็กให้แน่นหนา
- ลดขนาด / น้ำหนัก
- ติดหีบห่อและฉลาก
- ป้องกันความเสียหาย
- รับของจากหลายร้าน / หลายโรงงานที่คลังในจีน
- ตรวจสอบสินค้า รวมแพ็ก และแพ็กใหม่ตามความเหมาะสม
- เลือกช่องทางขนส่ง LCL / FCL / รถ / เรือ ที่คุ้มค่าที่สุด
- ดำเนินการเอกสารและประสานงานส่งไทยอย่างปลอดภัย
- ติดตามสถานะ ดูแล และให้คำปรึกษาตลอดการนำเข้า
สรุป
การสั่งสินค้าจากหลายโรงงานในจีนช่วยให้ธุรกิจมีตัวเลือกสินค้า ราคา และซัพพลายเออร์มากขึ้น แต่ถ้าแต่ละโรงงานแยกส่งมาไทยคนละรอบ อาจทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น เอกสารซ้ำซ้อน และจัดการสินค้าได้ยากกว่าเดิม ทางเลือกที่ช่วยให้การนำเข้าจัดการง่ายและคุ้มค่ามากขึ้น คือการ รวมสินค้าจากหลายโรงงานเข้าคลังจีนก่อนส่งไทย (Consolidation) เพื่อรวบรวม ตรวจนับ เช็กสภาพ แพ็กใหม่ และจัดรอบขนส่งให้เหมาะกับปริมาณสินค้า ก่อนส่งเข้าไทย ควรเช็กให้ครบทั้ง ขนาด น้ำหนัก CBM, Shipping Mark, Invoice, Packing List, ประเภทสินค้า และเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมเลือกวิธีขนส่งให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น LCL, FCL, รถ หรือเรือ เพื่อควบคุมต้นทุนและลดความล่าช้าระหว่างทาง ดังนั้น การคุมต้นทุนเมื่อสั่งสินค้าจากหลายโรงงานไม่ได้อยู่ที่การหาค่าขนส่งที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวางแผนตั้งแต่ การรับของ การรวมสินค้า การแพ็ก เอกสาร ไปจนถึงการเลือกขนส่งJAWANDA CARGO พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่รับสินค้าจากหลายร้านหรือหลายโรงงาน รวมของเข้าคลังจีน ตรวจและแพ็กสินค้า วางแผน LCL/FCL ดูแลเอกสารนำเข้า ไปจนถึงจัดส่งถึงไทย เพื่อให้การนำเข้าของคุณเป็นระบบ คุมต้นทุนได้ และบริหารง่ายขึ้น
รวมของให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น ช่วยลดต้นทุนซ้ำซ้อน และทำให้การนำเข้าจากหลายโรงงานคุ้มค่ากว่าเดิม


